<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SL Click Biz &#187; ไอเดียและข่าวสารทั่วไป</title>
	<atom:link href="http://www.slclickbiz.com/category/other-news/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.slclickbiz.com</link>
	<description>บริการให้คำปรึกษาทางด้านการตลาดออนไลน์โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้าน Internet Marketing, Search Engine Marketing, Social Media Marketing ติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ 0865433840 : Internet Marketing Consultant by SL Click Biz</description>
	<lastBuildDate>Mon, 16 Jan 2012 04:41:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>เผยหน้าตาของ Firefox สำหรับ Honeycomb Tablet</title>
		<link>http://www.slclickbiz.com/firefox-honeycomb-tablet/</link>
		<comments>http://www.slclickbiz.com/firefox-honeycomb-tablet/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 31 Aug 2011 05:29:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไอเดียและข่าวสารทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slclickbiz.com/?p=332</guid>
		<description><![CDATA[Firefox 6 รุ่นบน Android นั้นรองรับหน้าจอใหญ่ของแท็บเล็ตแล้ว แต่ยังเป็นแค่การขยาย UI ของรุ่นมือถือให้พอดีกับหน้าจอของแท็บเล็ตเท่านั้น วันนี้ Ian Barlow หนึ่งในทีมพัฒนาด้านอุปกรณ์พกพาของ Mozilla ได้เผยภาพร่างของ Firefox รุ่นที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับ Honeycomb Tablet ให้เห็น อย่างแรกเลยคือ &#8220;ธีม&#8221; ของ Firefox Tablet จะปรับให้สไตล์เข้ากับ Android Honeycomb มากขึ้น แต่จะยังใส่สไตล์เฉพาะตัวของ Firefox เพิ่มเข้าไปบ้าง เช่น ปุ่ม Back ที่ใหญ่กว่าปกติ และแท็บแบบโค้งที่ไม่เหมือนใคร ถัดมาคือ Awesome Bar ที่เป็นจุดเด่นของ Firefox รุ่นเดสก์ท็อป จะแยกแท็บเพื่อให้เข้าถึง Bookmarks, History และแท็บจากรุ่นเดสก์ท็อปได้สะดวกขึ้น โดยย้ายแท็บมาไว้ด้านซ้ายเพื่อให้กดง่ายกว่าเดิม สุดท้ายคือการจัดการแท็บ ซึ่งรองรับทั้งโหมดแนวตั้งและแนวนอน สำหรับโหมดแนวนอนจะแสดงแท็บด้านข้างพร้อมภาพพรีวิว แต่ในแนวตั้งที่พื้นที่น้อยกว่า จะแสดงเป็นเมนูเพื่อประหยัดเนื้อที่ทาง Mozilla บอกว่าจะเริ่มนำดีไซน์ใหม่มาใช้กับ Firefox [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Firefox 6 รุ่นบน Android นั้นรองรับหน้าจอใหญ่ของแท็บเล็ตแล้ว แต่ยังเป็นแค่การขยาย UI ของรุ่นมือถือให้พอดีกับหน้าจอของแท็บเล็ตเท่านั้น</p>
<p>วันนี้ Ian Barlow หนึ่งในทีมพัฒนาด้านอุปกรณ์พกพาของ Mozilla  ได้เผยภาพร่างของ Firefox รุ่นที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับ Honeycomb Tablet  ให้เห็น</p>
<p><img src="https://lh3.googleusercontent.com/-navQWrbJMyg/Tl2za-n6X3I/AAAAAAAAKG0/4ZoQcYTcz_k/s640/firefox-tablet1.png" alt="Firefox Honeycomb" width="571" height="139" /></p>
<p>อย่างแรกเลยคือ &#8220;ธีม&#8221; ของ Firefox Tablet จะปรับให้สไตล์เข้ากับ Android  Honeycomb มากขึ้น แต่จะยังใส่สไตล์เฉพาะตัวของ Firefox เพิ่มเข้าไปบ้าง  เช่น ปุ่ม Back ที่ใหญ่กว่าปกติ และแท็บแบบโค้งที่ไม่เหมือนใคร</p>
<p><img src="https://lh4.googleusercontent.com/-fa_QoCVh5G4/Tl2zaRlZPCI/AAAAAAAAKGw/RYMEtFMP68I/s640/firefox-tablet2.png" alt="Awesome Bar" width="569" height="320" /></p>
<p>ถัดมาคือ Awesome Bar ที่เป็นจุดเด่นของ Firefox รุ่นเดสก์ท็อป  จะแยกแท็บเพื่อให้เข้าถึง Bookmarks, History  และแท็บจากรุ่นเดสก์ท็อปได้สะดวกขึ้น  โดยย้ายแท็บมาไว้ด้านซ้ายเพื่อให้กดง่ายกว่าเดิม</p>
<p><img src="https://lh4.googleusercontent.com/-7KirtcE4LdA/Tl2zd-onAUI/AAAAAAAAKG4/d1muYTRI-iY/s640/firefox-tablet3.png" alt="Firefox Tabs" width="594" height="371" /></p>
<p>สุดท้ายคือการจัดการแท็บ ซึ่งรองรับทั้งโหมดแนวตั้งและแนวนอน  สำหรับโหมดแนวนอนจะแสดงแท็บด้านข้างพร้อมภาพพรีวิว  แต่ในแนวตั้งที่พื้นที่น้อยกว่า จะแสดงเป็นเมนูเพื่อประหยัดเนื้อที่ทาง Mozilla บอกว่าจะเริ่มนำดีไซน์ใหม่มาใช้กับ Firefox for Android รุ่น Nightly ในเร็วๆ นี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slclickbiz.com/firefox-honeycomb-tablet/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กูเกิลขอร้อง อย่าเพิ่งสร้างหน้าธุรกิจใน Google+</title>
		<link>http://www.slclickbiz.com/%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87google-plus/</link>
		<comments>http://www.slclickbiz.com/%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87google-plus/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jul 2011 05:26:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไอเดียและข่าวสารทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slclickbiz.com/?p=330</guid>
		<description><![CDATA[ความร้อนแรงของ Google+ ส่งผลให้ภาคธุรกิจ องค์กร หน่วยงานต่างๆ หันมาใช้ Google+ เพื่อสร้างแบรนด์แบบเดียวกับ Facebook อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ Google+ ยังไม่มี Business Profile Page (แม้สัญญาว่าจะทำ) ทำให้องค์กรหรือแบรนด์ที่อยากมีตัวตนใน Google+ ต้องทำตัวเหมือนผู้ใช้ธรรมดาไปก่อน แน่นอนว่ากูเกิลไม่ชอบเรื่องนี้ และมีข่าวกูเกิลแบนบัญชีที่ไม่ใช่ตัวบุคคลจริงๆ ไปบ้างแล้ว ความคืบหน้าล่าสุดคือ Christian Oestlien ฝ่ายโฆษณาของ Google+ ออกมาขอร้อง (แน่นอนว่าผ่าน Google+) ให้หยุดสร้างบัญชีที่ไม่ใช่บุคคลจริงใน Google+ มิฉะนั้นจะถูกแบนบัญชี เขาสัญญาว่ากูเกิลกำลังปรับความสำคัญของ Business Profile Page ให้เร็วกว่าเดิม และองค์กร/แบรนด์จะได้ใช้ Page แบบนี้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ระหว่างนี้ขอให้อดทนรอกันไปก่อน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><img title="Google+" src="http://www.blognone.com/sites/default/files/imagecache/news-thumbnail/category_pictures/google-plus.png" alt="Google+" width="234" height="234" /></div>
<p>ความร้อนแรงของ Google+ ส่งผลให้ภาคธุรกิจ องค์กร หน่วยงานต่างๆ  หันมาใช้ Google+ เพื่อสร้างแบรนด์แบบเดียวกับ Facebook อย่างไรก็ตาม  ตอนนี้ Google+ ยังไม่มี Business Profile Page (แม้สัญญาว่าจะทำ) ทำให้องค์กรหรือแบรนด์ที่อยากมีตัวตนใน Google+ ต้องทำตัวเหมือนผู้ใช้ธรรมดาไปก่อน</p>
<p>แน่นอนว่ากูเกิลไม่ชอบเรื่องนี้ และมีข่าวกูเกิลแบนบัญชีที่ไม่ใช่ตัวบุคคลจริงๆ ไปบ้างแล้ว</p>
<p>ความคืบหน้าล่าสุดคือ Christian Oestlien ฝ่ายโฆษณาของ Google+  ออกมาขอร้อง (แน่นอนว่าผ่าน Google+)  ให้หยุดสร้างบัญชีที่ไม่ใช่บุคคลจริงใน Google+ มิฉะนั้นจะถูกแบนบัญชี  เขาสัญญาว่ากูเกิลกำลังปรับความสำคัญของ Business Profile Page  ให้เร็วกว่าเดิม และองค์กร/แบรนด์จะได้ใช้ Page  แบบนี้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ระหว่างนี้ขอให้อดทนรอกันไปก่อน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slclickbiz.com/%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87google-plus/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไมโครซอฟท์ปล่อยอัพเดต WP &#8220;Mango&#8221; ให้นักพัฒนาแล้ว, WP SDK 7.1 Beta 2 ออกแล้ว</title>
		<link>http://www.slclickbiz.com/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%95-wp-mango/</link>
		<comments>http://www.slclickbiz.com/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%95-wp-mango/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Jun 2011 05:25:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไอเดียและข่าวสารทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slclickbiz.com/?p=328</guid>
		<description><![CDATA[ไมโครซอฟท์ประกาศบน App Hub ว่าเปิดให้นักพัฒนาที่ลงทะเบียนไว้สามารถดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์ที่มาพร้อมกับ Windows Phone &#8220;Mango&#8221; แล้ว โดยผู้ที่จะดาวน์โหลดได้ต้องต้องอยู่ในประเทศที่ระบุเท่านั้น (แน่นอน ไม่มีประเทศไทย!) นอกจากนั้น ไมโครซอฟท์ยังปล่อยเบต้า 2 ของ Windows Phone Developer Tools ในชื่อใหม่ คือ Windows Phone SDK 7.1 Beta 2 โดยฟีเจอร์ใหม่ที่มีในเบต้า 2 นี้ได้แก่ การสนับสนุนการเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อและปฏิทินแบบอ่านได้อย่างเดียว, การสนับสนุนภาษา Visual Basic มาตั้งแต่แรก, รองรับ Microsoft Advertising SDK for Windows Phone ในตัว, รองรับการระบุเวอร์ชันของแพลตฟอร์มที่จะรันแอพพลิเคชัน (multi-targeting) เป็นต้น รายละเอียดทั้งหมดดูได้จาก MSDN Library]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><img title="Windows Phone 7" src="http://www.blognone.com/sites/default/files/imagecache/news-thumbnail/category_pictures/WinPhone_v_web.jpg" alt="Windows Phone 7" width="268" height="268" /></div>
<p>ไมโครซอฟท์ประกาศบน App Hub  ว่าเปิดให้นักพัฒนาที่ลงทะเบียนไว้สามารถดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์ที่มาพร้อมกับ  Windows Phone &#8220;Mango&#8221; แล้ว  โดยผู้ที่จะดาวน์โหลดได้ต้องต้องอยู่ในประเทศที่ระบุเท่านั้น (แน่นอน  ไม่มีประเทศไทย!)</p>
<p>นอกจากนั้น ไมโครซอฟท์ยังปล่อยเบต้า 2 ของ Windows Phone Developer  Tools ในชื่อใหม่ คือ  Windows Phone SDK 7.1 Beta 2  โดยฟีเจอร์ใหม่ที่มีในเบต้า 2 นี้ได้แก่  การสนับสนุนการเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อและปฏิทินแบบอ่านได้อย่างเดียว,  การสนับสนุนภาษา Visual Basic มาตั้งแต่แรก, รองรับ Microsoft Advertising  SDK for Windows Phone ในตัว,  รองรับการระบุเวอร์ชันของแพลตฟอร์มที่จะรันแอพพลิเคชัน (multi-targeting)  เป็นต้น รายละเอียดทั้งหมดดูได้จาก MSDN Library</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slclickbiz.com/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%95-wp-mango/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Amazon Kindle รุ่นมีโฆษณาขึ้นสินค้าขายดีอันดับหนึ่งแล้ว</title>
		<link>http://www.slclickbiz.com/amazon-kindle/</link>
		<comments>http://www.slclickbiz.com/amazon-kindle/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 May 2011 05:23:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไอเดียและข่าวสารทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slclickbiz.com/?p=326</guid>
		<description><![CDATA[หลังจาก Kindle รุ่นมีโฆษณาที่ราคาถูกลง 18% เปิดตัวไปเมื่อเดือนที่แล้ว คำถามสำคัญคือตลาดจะตอบรับมันอย่างไรหากผู้ใช้ถูกบังคับให้ดูโฆษณาจาก เครื่องอ่านอีบุ๊กที่เสียเงินซื้อมาเองแถมถูกบังคับให้ซื้อหนังสือกับ Amazon อยู่แล้ว คำตอบในวันนี้เริ่มชัดเจนเมื่อ Kindle Wi-Fi รุ่นมีโฆษณานั้นขึ้นอันดับหนึ่งของสินค้าขายดีในหมวดอิเล็กทรอนิกส์แล้ว สินค้าอันดับหนึ่งในหมวดอิเล็กทรอนิกส์น่าจะแสดงถึงยอดขายที่แข็งแกร่งพอ สมควร แม้ Amazon จะไม่เคยเปิดเผยยอดขายของ Kindle ตรงๆ ก็ตาม แต่หากฐานผู้ใช้สูงพอเราก็คงคาดหวังให้ Kindle ราคาต่ำลงเรื่อยๆ ได้อย่างแน่นอนเพราะมันจะกลายเป็นเครื่องทำเงินให้กับ Amazon ทุกครั้งที่เราถือมัน ไม่ว่าเราจะแค่มองจอที่มีโฆษณา หรือซื้อหนังสือที่สร้างกำไรให้กับ Amazon โดยตรง ส่วนจะฟรีในปลายปีนี้จริงหรือไม่ เราจะได้เห็นกันเร็วๆ นี้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><img title="Kindle" src="http://www.blognone.com/sites/default/files/imagecache/news-thumbnail/category_pictures/kindle3.png" alt="Kindle" width="273" height="273" /></div>
<p>หลังจาก Kindle รุ่นมีโฆษณาที่ราคาถูกลง 18% เปิดตัวไปเมื่อเดือนที่แล้ว คำถามสำคัญคือตลาดจะตอบรับมันอย่างไรหากผู้ใช้ถูกบังคับให้ดูโฆษณาจาก เครื่องอ่านอีบุ๊กที่เสียเงินซื้อมาเองแถมถูกบังคับให้ซื้อหนังสือกับ  Amazon อยู่แล้ว คำตอบในวันนี้เริ่มชัดเจนเมื่อ Kindle Wi-Fi  รุ่นมีโฆษณานั้นขึ้นอันดับหนึ่งของสินค้าขายดีในหมวดอิเล็กทรอนิกส์แล้ว</p>
<p>สินค้าอันดับหนึ่งในหมวดอิเล็กทรอนิกส์น่าจะแสดงถึงยอดขายที่แข็งแกร่งพอ สมควร แม้ Amazon จะไม่เคยเปิดเผยยอดขายของ Kindle ตรงๆ ก็ตาม  แต่หากฐานผู้ใช้สูงพอเราก็คงคาดหวังให้ Kindle ราคาต่ำลงเรื่อยๆ  ได้อย่างแน่นอนเพราะมันจะกลายเป็นเครื่องทำเงินให้กับ Amazon  ทุกครั้งที่เราถือมัน ไม่ว่าเราจะแค่มองจอที่มีโฆษณา  หรือซื้อหนังสือที่สร้างกำไรให้กับ Amazon โดยตรง ส่วนจะฟรีในปลายปีนี้จริงหรือไม่ เราจะได้เห็นกันเร็วๆ นี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slclickbiz.com/amazon-kindle/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Facebook เล็งขยายธุรกิจแข่ง Groupon</title>
		<link>http://www.slclickbiz.com/facebook-groupon/</link>
		<comments>http://www.slclickbiz.com/facebook-groupon/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Mar 2011 06:19:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Social Media Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ไอเดียและข่าวสารทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Groupon]]></category>
		<category><![CDATA[กรุ๊ปออน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวไอที]]></category>
		<category><![CDATA[เฟซบุ๊ค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slclickbiz.com/?p=316</guid>
		<description><![CDATA[ด้วยจำนวนสมาชิกผู้ใช้งาน Facebook อยู่เป็นประจำมากกว่า 500 ล้านรายทั่วโลก ทำให้บริษัทเล็งเห็นโอกาสที่จะทำธุรกิจกับผู้ใช้ได้หลากหลายรูปแบบ โดยล่าสุด ทางบริษัทจะทดลองโปรแกรมการตลาดด้วยการให้ส่วนลดที่มากกว่า และข้อเสนอพิเศษสำหรับสินค้า และบิรการกับผู้ใช้ Facebook โดยในช่วงแรกจะเปิดให้บริการในรัฐแอตแลนต้า ซานฟรานซิสโก ซานดิเอโก ดัลลัสแอนด์ออสติน และเท็กซัส สำหรับ รูปแบบการให้บริการ Facebook จะรวบรวมข้อเสนอ (deals) ไว้บนเว็บไซต์ ร่วมกับเว็บไซต์ที่ให้บริการลดราคาเมื่อซื้อเป็นกลุ่ม (group discount provider) อย่าง Gilt City, Tipper, KGB Deal และ Zozi ซึ่งงานนี้เป็นการจับมือระหว่างยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook กับกลุ่มธุรกิจคู่แข่งที่เป็นรอง Groupon นั่นเอง โดยบริการใหม่ (ที่คล้าย Groupon) ของ Facebook นี้จะเป็นการต่อยอดจากบริการที่ให้ส่วนลดกับสมาชิก และราคาพิเศษ เมื่อพวกเขาเข้าไปเช็คอินด้วยบริการ Facebook Places ตามสถานที่ต่างๆ ที่เข้าร่วมโปรแกรมการตลาดนี้ ปัจจุบัน Facebook ได้เพิ่มขยายคุณสมบัติการทำงานของเว็บไซต์นอกเหนือจากการเป็นเครือข่าย และสื่อสังคม โดยล่าสุดทางบริษัทก็เพิ่งจะเปิดให้ผู้ใช้ Facebook สามารถเช่าภาพยนต์ดิจิตอลจาก Warner Bros [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยจำนวนสมาชิกผู้ใช้งาน Facebook อยู่เป็นประจำมากกว่า 500  ล้านรายทั่วโลก  ทำให้บริษัทเล็งเห็นโอกาสที่จะทำธุรกิจกับผู้ใช้ได้หลากหลายรูปแบบ  โดยล่าสุด ทางบริษัทจะทดลองโปรแกรมการตลาดด้วยการให้ส่วนลดที่มากกว่า  และข้อเสนอพิเศษสำหรับสินค้า และบิรการกับผู้ใช้ Facebook  โดยในช่วงแรกจะเปิดให้บริการในรัฐแอตแลนต้า ซานฟรานซิสโก ซานดิเอโก  ดัลลัสแอนด์ออสติน และเท็กซัส</p>
<div><img src="http://www.arip.co.th/images/news/facebook/1/facebook-test-daily-deal-service-Groupon-style-2.jpg" alt="" width="494" height="170" /></div>
<p>สำหรับ รูปแบบการให้บริการ Facebook จะรวบรวมข้อเสนอ (deals) ไว้บนเว็บไซต์  ร่วมกับเว็บไซต์ที่ให้บริการลดราคาเมื่อซื้อเป็นกลุ่ม (group discount  provider) อย่าง Gilt City, Tipper, KGB Deal และ Zozi  ซึ่งงานนี้เป็นการจับมือระหว่างยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook  กับกลุ่มธุรกิจคู่แข่งที่เป็นรอง Groupon นั่นเอง โดยบริการใหม่ (ที่คล้าย  Groupon) ของ Facebook นี้จะเป็นการต่อยอดจากบริการที่ให้ส่วนลดกับสมาชิก  และราคาพิเศษ เมื่อพวกเขาเข้าไปเช็คอินด้วยบริการ Facebook Places  ตามสถานที่ต่างๆ ที่เข้าร่วมโปรแกรมการตลาดนี้ ปัจจุบัน Facebook  ได้เพิ่มขยายคุณสมบัติการทำงานของเว็บไซต์นอกเหนือจากการเป็นเครือข่าย  และสื่อสังคม โดยล่าสุดทางบริษัทก็เพิ่งจะเปิดให้ผู้ใช้ Facebook  สามารถเช่าภาพยนต์ดิจิตอลจาก <strong>Warner Bros</strong> เพื่อรับชมทาง Facebook Pages เมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slclickbiz.com/facebook-groupon/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กูเกิ้ลฟันธงสมาร์ทโฟนโค่นบัลลังก์พีซี</title>
		<link>http://www.slclickbiz.com/%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.slclickbiz.com/%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Feb 2011 06:24:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ไอเดียและข่าวสารทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[MWC 2011]]></category>
		<category><![CDATA[PC]]></category>
		<category><![CDATA[smart phone]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิ้ล]]></category>
		<category><![CDATA[พีซี]]></category>
		<category><![CDATA[มือถือ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slclickbiz.com/?p=319</guid>
		<description><![CDATA[Eric Schmidt ซีอีโอของ Google ได้ออกมาฟันธงกลางงานนี้ว่า ในที่สุดแล้ว &#8220;โมบายโฟน ก็คือ พีซ๊รุ่นใหม่ (สำหรับผู้บริโภค)&#8221; ซึ่งจากแนวโน้มของการที่สมาร์ทโฟนแซงหน้ายอดขายพีซี ก็พอจะแสดงให้เห็นแนวโน้มดังกล่าวได้ โดยเมื่อวานนี้ Schmidt ได้ขึ้นกล่าวในงาน Mobile World Congress 2011 ว่าด้วยเรื่องราวกระแสของ Android ที่ได้รับการสนับสนุนมากมายจากผู้ผลิตอุปกรณ์ ตลอดจนโอเปอเรเตอร์ และนักพัฒนาแอพฯ Schmidt กล่าวว่า ปัจจุบัน Android ระบบปฏิบัติการของ Google มีสถิติการแอคทิเวตเฉลี่ย 300,000 เครื่องต่อวัน ในขณะที่มีสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตมากกว่า 100 รุ่นที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android โดยมีคู่แข่งอย่าง iOS ระบบปฏิบัติการสำหรับ iPhone และ iPad ของ Apple และ Windows Phone 7 ของ Microsoft &#8221;ยอดขายสมาร์ทโฟนแซงหน้าพีซีไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพีซีไม่สามารถตามทันกระแสนี้ได้ สมาร์ทโฟนคืออนาคตของเกมส์ และการใช้งานแอพพลิเคชันต่างๆ ในทุกๆ อย่างที่เราคิด&#8221; เขากล่าว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Eric Schmidt ซีอีโอของ Google ได้ออกมาฟันธงกลางงานนี้ว่า ในที่สุดแล้ว  &#8220;โมบายโฟน ก็คือ พีซ๊รุ่นใหม่ (สำหรับผู้บริโภค)&#8221;  ซึ่งจากแนวโน้มของการที่สมาร์ทโฟนแซงหน้ายอดขายพีซี  ก็พอจะแสดงให้เห็นแนวโน้มดังกล่าวได้</p>
<p>โดยเมื่อวานนี้ Schmidt ได้ขึ้นกล่าวในงาน Mobile World Congress 2011  ว่าด้วยเรื่องราวกระแสของ Android  ที่ได้รับการสนับสนุนมากมายจากผู้ผลิตอุปกรณ์ ตลอดจนโอเปอเรเตอร์  และนักพัฒนาแอพฯ Schmidt กล่าวว่า ปัจจุบัน Android ระบบปฏิบัติการของ  Google มีสถิติการแอคทิเวตเฉลี่ย 300,000 เครื่องต่อวัน  ในขณะที่มีสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตมากกว่า 100  รุ่นที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android โดยมีคู่แข่งอย่าง iOS  ระบบปฏิบัติการสำหรับ iPhone และ iPad ของ Apple และ Windows Phone 7 ของ  Microsoft &#8221;ยอดขายสมาร์ทโฟนแซงหน้าพีซีไปเรียบร้อยแล้ว  ซึ่งพีซีไม่สามารถตามทันกระแสนี้ได้ สมาร์ทโฟนคืออนาคตของเกมส์  และการใช้งานแอพพลิเคชันต่างๆ ในทุกๆ อย่างที่เราคิด&#8221; เขากล่าว  &#8220;ในที่สุดแล้ว คุณใช้มือถือเป็นเหมือนพีซีเครื่องใหม่ของคุณนั่นเอง&#8221;  Schmidt ยังกล่าวอีกด้วยว่า สมาร์ทโฟนได้เติมเต็มคำทำนายของ Bill Gates  ทีว่า  &#8220;ผู้ใช้ทุกคนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของโลกได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัส&#8221; ให้ ถูกต้องสมบูรณ์</p>
<div><img src="http://www.arip.co.th/images/news/google/3/mwc-2011-eric-schmidt-google-ceo-said-smart-phone-is-new-pc-2.jpg" alt="" width="500" height="320" /></div>
<p>Google  มีแผนที่จะออก Android เวอร์ชันใหม่สำหรับมือถือ และแท็บเล็ตในทุกๆ 6  เดือน ส่วน Chrome OS จะโฟกัสไปที่เน็ตบุ๊ค และพีซี โดยทาง Google  ยังได้แสดงสาธิตแอพพลิเคชัน Android  ตัวใหม่บนแท็บเล็ตที่สามารถตัดต่อวิดีโอได้คล้ายๆ กับ Windows Live Movie  Maker อีกด้วย นอกจากการให้ข้อมูลข้างต้นแล้ว Schmidt ยังกล่าวย้ำว่า  Microsoft คือคู่แข่งสำคัญของบริษัท หลังจากที่ก่อนหน้านี้  เขาเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีที่ Bing ก็อปปี้ผลลัพธ์จาก Google และ  Nokia เปลี่ยนใจไปใช้ Windows Phone 7 แทนทีจะป็น Android</p>
<p>Schmidt เชื่อ ว่า ในอนาคตแอพพลิเคชันทั้งหมดจะถูกพัฒนาด้วยมาตรฐานใหม่ของเว็บนั่นคือ  HTML5 ทั้งแอพที่ใช้บนพีซี หรือโมบายโฟน เขายังคาดอีกว่า  ระบบการชำระค่าบริการต่างๆ ด้วยโมบายโฟน (เทคโนโลยี NFC)  จะกลายเป็นมาตรฐานในปีนี้ และถือว่าเป็นโอกาสใหญ่ของ Google นอกจากนี้  Schmidt ยังกล่าวอีกด้วยว่า ผลกระทบในระยะยาวของนวตกรรมทางเทคโนดลยีคือ  การหาวิธีที่นำไปสู่หนทางที่ทำให้ผู้คนมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม  เนื่องจากผู้คนจะสามารถมีเวลา เพื่อทำบางสิ่งบางอย่างที่ต้องการ  โดยเขายกตัวอย่างว่า &#8220;คุณจะไม่ลืมอะไรเลย  (หรือไม่ได้จำอะไรเลย?) เพราะคอมพิวเตอร์จะจำเรื่องราวต่างๆ แทนคุณ  คุณจะไม่หลงทางด้วยเทคโนโลยีแผนที่ คุณจะไม่รู้สึกเดียวดาย  เนื่องจากสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของเพื่อนๆ ได้ตลอดเวลา  และด้วยเทคโนโลยีแผนที่เช่นเดียวกันที่จะทำให้รถยนต์สามารถขับเคลื่อนได้ ด้วยตัวมันเอง&#8221; Schmidt ไม่ได้บอกว่า คุณจะไม่มีวันตาย <img src='http://www.slclickbiz.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' />  แต่เขาบอกว่า  สมาร์ทโฟนจะส่งข้อมูลเกียวกับสุขภาพของคุณไปยังโรงพยาบาล &#8221;มือถือของคุณ สามารถบอกคุณได้ว่า คุณกำลังจะหัวใจวาย คุณควรจะไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slclickbiz.com/%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โฆษณาปี2554′รุ่ง’ สื่อหลักโต-นิวมีเดีย’แรง’</title>
		<link>http://www.slclickbiz.com/advertising-trend-2011/</link>
		<comments>http://www.slclickbiz.com/advertising-trend-2011/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Jan 2011 11:38:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ไอเดียและข่าวสารทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[นิวมีเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อหลัก]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slclickbiz.com/?p=313</guid>
		<description><![CDATA[ปี 2553 ผ่านพ้นไปท่ามกลางปัจจัยลบสำคัญ จากปัญหาชุมนุมทางการเมืองที่ร้อนแรงตั้งแต่ต้นปี แต่ในที่สุดหลายอุตสาหกรรม สามารถพลิกสถานการณ์ ปิดตัวเลขสู่แดนบวกมาได้อย่างน่าพอใจ ธุรกิจโฆษณาก็เช่นกัน หลังจากชะลอในช่วงการชุมนุมเดือนเม.ย.-พ.ค. เมื่อเหตุการณ์คลี่คลาย ภาคธุรกิจที่ “อั้น” การใช้งบหันมาเร่งเครื่อง อัดแคมเปญผ่านทั้งสื่อแมส-นิว มีเดีย กันอย่างคึกคัก ส่งผลให้อุตสาหกรรมโฆษณาปี 2553 กลับมาโตเป็นตัวเลขสองหลักได้อีกครั้ง สุภาณี เดชาบูรณานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท กรุ๊ปเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ผู้บริหารและจัดการธุรกิจการลงทุนด้านการสื่อสารครบวงจร กล่าวในเวทีเสวนาโต๊ะกลมกรุงเทพธุรกิจ “วิเคราะห์ เจาะลึก โอกาส-ความเสี่ยงธุรกิจปี 2554″ ระบุตัวเลขการใช้งบโฆษณาผ่านสื่ออย่างเป็นทางการ โดย เดอะ นีลเส็น คอมปะนี ช่วง 11 เดือน (ม.ค-พ.ย. 2553) มีมูลค่า 9.2 หมื่นล้านบาท เติบโตถึง 12.2% และคาดว่าสิ้นปี 2553 มูลค่าโฆษณารวมจะอยู่ที่ 1.01 แสนล้านบาท เติบโต 12% เมื่อเทียบกับปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปี 2553 ผ่านพ้นไปท่ามกลางปัจจัยลบสำคัญ จากปัญหาชุมนุมทางการเมืองที่ร้อนแรงตั้งแต่ต้นปี</p>
<p>แต่ในที่สุดหลายอุตสาหกรรม สามารถพลิกสถานการณ์ ปิดตัวเลขสู่แดนบวกมาได้อย่างน่าพอใจ ธุรกิจโฆษณาก็เช่นกัน หลังจากชะลอในช่วงการชุมนุมเดือนเม.ย.-พ.ค. เมื่อเหตุการณ์คลี่คลาย ภาคธุรกิจที่ “อั้น” การใช้งบหันมาเร่งเครื่อง อัดแคมเปญผ่านทั้งสื่อแมส-นิว มีเดีย กันอย่างคึกคัก ส่งผลให้อุตสาหกรรมโฆษณาปี 2553 กลับมาโตเป็นตัวเลขสองหลักได้อีกครั้ง</p>
<p>สุภาณี  เดชาบูรณานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท กรุ๊ปเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ผู้บริหารและจัดการธุรกิจการลงทุนด้านการสื่อสารครบวงจร  กล่าวในเวทีเสวนาโต๊ะกลมกรุงเทพธุรกิจ “วิเคราะห์ เจาะลึก โอกาส-ความเสี่ยงธุรกิจปี 2554″ ระบุตัวเลขการใช้งบโฆษณาผ่านสื่ออย่างเป็นทางการ โดย เดอะ นีลเส็น คอมปะนี ช่วง 11 เดือน (ม.ค-พ.ย. 2553) มีมูลค่า 9.2 หมื่นล้านบาท เติบโตถึง 12.2% และคาดว่าสิ้นปี 2553 มูลค่าโฆษณารวมจะอยู่ที่ 1.01 แสนล้านบาท  เติบโต 12% เมื่อเทียบกับปี 2552  และถือเป็นปีแรกที่อุตสาหกรรมโฆษณามีมูลค่าทะลุ”แสนล้านบาท”</p>
<p>“นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช” รายงานว่า 10 อันดับธุรกิจที่ใช้งบโฆษณาสูงสุด ช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย. 2553) มีการใช้เม็ดเงินเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 2552  ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 2.3 พันล้านบาท เติบโต 13.7%, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว มูลค่า 1.8 พันล้านบาท  เติบโต  0.1%, รถยนต์นั่ง มูลค่า 1.59 พันล้านบาท เติบโต  40.8%, ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม มูลค่า 1.56 พันล้านบาท เติบโต 67.5%, เครื่องดื่มน้ำอัดลม มูลค่า 1.4 พันล้านบาท เติบโต  9.2%</p>
<p>ผลิตภัณฑ์ชำระล้าง มูลค่า 1.38 พันล้านบาท เติบโต 37.9%,  รถปิกอัพ มูลค่า 1.32 พันล้านบาท เติบโต 20.7%, ระบบโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน มูลค่า 1.2 พันล้านบาท เติบโต 26% , วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร  มูลค่า 1.08 พันล้านบาท เติบโต 60% และธุรกิจประกันชีวิต 1.03 พันล้านบาท เติบโต 19.9%</p>
<p>ทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมโฆษณาในปี 2553 ตอกย้ำได้จากความมั่นใจของ”สื่อโทรทัศน์” ด้วยการปรับขึ้นราคาโฆษณา นำโดยช่อง 3  ด้วยการประกาศปรับราคาละครช่วงไพร์มไทม์ หลังข่าวภาคค่ำ จากนาทีละ 4.5 แสนบาท เป็น 4.8 แสนบาท เป็นสถิติราคาโฆษณาสูงสุดในขณะนี้  และการปรับราคารายการข่าวของช่อง 9 ประมาณ 10%  รายการการ์ตูน 20%  ขณะที่ช่อง 7 ยังอยู่ในอาการรอดูท่าทีในปี 2554</p>
<p>ส่วนสื่อหลักอื่นๆ อยู่ในทิศทางการเติบโตเช่นกันในปี 2553 ที่ผ่านมา  ไม่ว่าจะเป็น หนังสือพิมพ์ ที่เติบโต 6% , นิตยสาร เติบโต 3.7% ,สื่อในโรงภาพยนตร์ 23% ,สื่อโฆษณาเคลื่อนที่ 23% , สื่อในร้านค้า 34%  และสื่ออินเทอร์เน็ต 16%</p>
<p>“นิวมีเดีย”น้องใหม่แรง-เร็ว<br />
จากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศไทย และการอัดฉีดงบลงทุนในระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ของภาครัฐในโครงการไทยเข้มแข็ง  รวมทั้งการเลือกตั้งใหม่ สุภาณี มองว่าทิศทางอุตสาหกรรมโฆษณาทั้งสื่อหลัก และ นิว มีเดีย ในปี 2554 ยังเติบโตได้ในอัตรา 8.5% ด้วยมูลค่า  1.09 แสนล้านบาท</p>
<p>ปี 2554 ยังมีอีกหลายปัจจัยบวกส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคส่งออก, การท่องเที่ยวโดยเฉพาะตลาดในประเทศ, การขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และค้าปลีก กลุ่มดิสเคาท์สโตร์ จากปัจจัยการซื้อกิจการคาร์ฟูร์ ของ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ส่งผลให้ธุรกิจนี้จะมีการแข่งขันด้านการตลาดอย่างคึกคักในปี 2554</p>
<p>การเติบโตในกลุ่มสื่อหลักยังคงเป็น “โทรทัศน์” เพราะสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคในวงกว้าง แต่ด้วยข้อจำกัดด้าน เวลาโฆษณา  จะทำให้เม็ดเงินโฆษณาไหลไปยังสื่อใหม่ ในกลุ่มเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีช่องให้เลือกชมกว่า 100 ช่อง  สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมประเทศไทย คาดการณ์ว่าจะมีฐานผู้ชมอยู่ที่ 13 ล้านครัวเรือน  จากจำนวนครัวเรือนไทยทั่วประเทศ 21 ล้านครัวเรือน ด้วยจำนวนตัวเลขผู้ชมดังกล่าว ถือเป็นอีกสื่อทางเลือกที่มีราคาโฆษณาไม่สูงเหมือนฟรีทีวี และสื่อสารกับผู้ชม”เฉพาะกลุ่ม” ได้ดี</p>
<p>การขยายการลงทุนของ “คอนเทนท์ โพรวายเดอร์” รายใหญ่ และรายใหม่ ด้วยการเปิดช่องที่มีคอนเทนท์น่าสนใจ  จะเป็นอีกแรงกระตุ้นให้ทั้งเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม เป็นสื่อที่สนใจและเป็นอีกช่องทางใช้พื้นที่โฆษณา</p>
<p>“ดิจิทัล มีเดีย ยังคงเป็นสื่อที่ผู้ลงโฆษณาทุกรายให้ความสนใจ ในยุคที่ประเทศไทยก้าวสู่สังคมออนไลน์ มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วประเทศกว่า 22 ล้านคนในปี 2553″ สุภาณี กล่าวและว่า มีมุมน่าสนใจที่พบว่า ผู้บริโภควัยรุ่นใช้เวลากับสื่อแมสลดลง แต่ใช้เวลากับสื่อออนไลน์ และ โซเชียล มีเดีย มากขึ้น   ทำให้แบรนด์ต่างๆ มีการเพื่อพัฒนาช่องทางการสื่อสารในยุคสังคมออนไลน์ผ่านเครื่องมือต่างๆ ทั้ง เว็บไซต์, โซเชียล เน็ตเวิร์ค, โทรศัพท์มือถือ และ แทบเล็ต</p>
<p>ส่งผลให้สื่อออนไลน์ ในปีหน้าจะเติบโตเช่นเดียวกับสื่อหลัก  โดยการขยายตัวจะอยู่ในอัตรา 50-60% คาดการณ์ว่างบประมาณการสื่อสารที่ใช้ผ่าน ดิจิทัล มีเดีย จะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท ในปี 2554</p>
<p>ที่มาของข่าว: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slclickbiz.com/advertising-trend-2011/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ย้อนดูเหตุการณ์สำคัญของโลกในปี 2010 ผ่าน Twitter Trends</title>
		<link>http://www.slclickbiz.com/twitter-trends-2010/</link>
		<comments>http://www.slclickbiz.com/twitter-trends-2010/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Dec 2010 11:29:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Twitter]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ไอเดียและข่าวสารทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Twitter Trends]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2010]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุการณ์สำคัญ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slclickbiz.com/?p=308</guid>
		<description><![CDATA[ความสำคัญของ Twitter ในปัจจุบัน นอกจากผู้ใช้จะใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างบทสนทนาระหว่างกันในระดับ “ปัจเจกชน” และได้รับความนิยมอย่างสูง ก่อให้เกิด “กระแสทวีต” รวมกันในปี 2010 กว่า 25 พันล้านข้อความ ในแต่ละวัน หัวข้อที่ได้รับความนิยมสูงสุดในวงสนทนา Twitter คงหนีไม่พ้นเหตุการณ์สำคัญๆที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลานั้นๆ ในสถานที่นั้นๆ Twitter กลายเป็น “Breaking News Media” ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก เพราะช่วยให้ผู้ติดตาม รับทราบ ความเป็นมาเป็นไปที่เกิดขึ้นในโลก ได้เป็นอย่างดี โลกเรากำลังหมุนและเคลื่อนตัวไปในทิศทางใด เราก็เหมือนกับหมุนไปในทิศทางนั้น (ก็แน่ล่ะ ผมกำลังหมายถึง เราสามารถรับรู้ “ความเคลื่อนไหว” ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ได้เพียงปลายมือ รู้เท่าทันโลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นอกจากเหตุการณ์สำคัญๆ ที่กลายมาเป็น “Breaking News” ในแต่ละวันแล้ว อะไรที่คนพูดถึงกันมากๆ จะหมายถึง ความนิยม ในสิ่งนั้น ในโลกแห่งความเป็นจริง คงจะเป็นไปได้ยาก ที่จะรับรู้ว่า คนหลายล้านคน คิดอะไร ชอบอะไร พูดถึงอะไร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ความสำคัญของ Twitter ในปัจจุบัน  นอกจากผู้ใช้จะใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างบทสนทนาระหว่างกันในระดับ  “ปัจเจกชน” และได้รับความนิยมอย่างสูง ก่อให้เกิด “กระแสทวีต” รวมกันในปี  2010 กว่า 25 พันล้านข้อความ</p>
<p>ในแต่ละวัน หัวข้อที่ได้รับความนิยมสูงสุดในวงสนทนา Twitter คงหนีไม่พ้นเหตุการณ์สำคัญๆที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลานั้นๆ ในสถานที่นั้นๆ</p>
<p>Twitter กลายเป็น “Breaking News Media” ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก  เพราะช่วยให้ผู้ติดตาม รับทราบ ความเป็นมาเป็นไปที่เกิดขึ้นในโลก  ได้เป็นอย่างดี</p>
<p>โลกเรากำลังหมุนและเคลื่อนตัวไปในทิศทางใด เราก็เหมือนกับหมุนไปในทิศทางนั้น (ก็แน่ล่ะ <img src="http://www.mkttwit.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif" alt=":)" /></p>
<p>ผมกำลังหมายถึง เราสามารถรับรู้ “ความเคลื่อนไหว” ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ได้เพียงปลายมือ</p>
<p>รู้เท่าทันโลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน</p>
<p>นอกจากเหตุการณ์สำคัญๆ ที่กลายมาเป็น “Breaking News” ในแต่ละวันแล้ว อะไรที่คนพูดถึงกันมากๆ จะหมายถึง ความนิยม ในสิ่งนั้น</p>
<p>ในโลกแห่งความเป็นจริง คงจะเป็นไปได้ยาก ที่จะรับรู้ว่า คนหลายล้านคน คิดอะไร ชอบอะไร พูดถึงอะไร</p>
<p>สมัยก่อน ความนิยมเหล่านี้ ถูกตัดสิน โดยการเชื่อมโยงกับคนรอบตัว</p>
<p>เพื่อนพูดอะไรเยอะๆ เราจะคิดว่า มันเป็นเทรนด์ (เพราะได้รับความนิยม)</p>
<p>ทั้งที่ในความเป็นจริง ความนิยมของคน 10 คน อาจจะเป็นคนละเรื่องกับความนิยมของคน 100 คน 1000 คน หรือ 1 ล้านคน</p>
<p>เพลงที่เราคิดว่าฮิตในโรงเรียน เพื่อนๆในโรงเรียนร้องได้กันทุกคน  อาจจะกลายเป็นว่า วัยรุ่นอีกหลายล้านคน ไม่รู้จัก ไม่เคยได้ยิน ร้องไม่ได้</p>
<p>Twitter ทำให้เราได้รู้ว่า สิ่งที่คนล้านคนคิดถึง พูดถึง คืออะไร?</p>
<p>ยิ่งคนใช้ Twitter มากขึ้นเท่าไหร่ ความแม่นยำของข้อมูลนี้ ก็จะมากขึ้นเท่านั้น</p>
<p>เปรียบได้เหมือนกับ เป็นการดึงเอา “กระแสความคิด”  ของคนหลายๆคน มารวมกัน แล้วสังเคราะห์ออกมา</p>
<p>ลองมาดูกันครับ ว่า เมื่อเอา “กระแสความคิด” ตลอดทั้งปี 2010 มาวิเคราะห์และจัดกลุ่มเป็นหัวข้อ</p>
<p>อะไรบ้าง ที่เป็นเทรนด์</p>
<p>เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในโลก เป็นเหตุการณ์น้ำมันรั่วลงในอ่าว Mexico  ของบริษัท BP ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน และแผ่นดินไหวที่เฮติ (ข่าว Wikileaks  จอมแฉ ยังมาในอันดับ 7 , งานหมั้นของเจ้าชายวิลเลี่ยมแห่งเวลส์มาในอันดับ  9)</p>
<p><img title="News Events.png" src="http://www.mkttwit.com/wp-content/uploads/2010/12/News-Events.png" border="0" alt="News Events" width="349" height="396" /></p>
<p>กลุ่ม Technology โลกพูดถึง iPad,Android,iOS,iPhone กันเยอะที่สุด</p>
<p><img title="Screen shot 2010-12-14 at 8.58.14 AM.png" src="http://www.mkttwit.com/wp-content/uploads/2010/12/Screen-shot-2010-12-14-at-8.58.14-AM.png" border="0" alt="Screen shot 2010-12-14 at 8.58.14 AM.png" width="364" height="416" /></p>
<p>ภาพยนต์ที่คนพูดถึงกันมากที่สุดในโลก Twitter ปี 2010 เป็นเรื่อง “Inception” และ “Harry Potter” ภาคล่าสุด</p>
<p><img title="Top Movies.png" src="http://www.mkttwit.com/wp-content/uploads/2010/12/Top-Movies.png" border="0" alt="Top Movies" width="348" height="412" /></p>
<p>Hashtag ที่คนใช้ Twitter ทั่วโลก ใช้กันมากที่สุด</p>
<p><img title="Top Hashtags.png" src="http://www.mkttwit.com/wp-content/uploads/2010/12/Top-Hashtags.png" border="0" alt="Top Hashtags" width="345" height="395" /></p>
<p>และภาพรวมของเทรนด์โลกในปี 2010 มี “ปลาหมึกพอล” ติดอันดับ 10 มาด้วย</p>
<p><img title="Overall.png" src="http://www.mkttwit.com/wp-content/uploads/2010/12/Overall.png" border="0" alt="Overall" width="600" height="250" /></p>
<p>เนื่องจากผมไม่ได้ดึงมาทุกหัวข้อ ถ้าใครสนใจจะดูแบบเต็มๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่ลิงค์นี้ครับ http://yearinreview.twitter.com/trends/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slclickbiz.com/twitter-trends-2010/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อีเบย์ดัน 4 ธุรกิจไทยโกอินเตอร์ ชี้ไทยยอดขายสูงสุดในอาเซียน</title>
		<link>http://www.slclickbiz.com/ebay-4-thai-business/</link>
		<comments>http://www.slclickbiz.com/ebay-4-thai-business/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Nov 2010 11:25:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ไอเดียและข่าวสารทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[อีเบย์]]></category>
		<category><![CDATA[โกอินเตอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slclickbiz.com/?p=304</guid>
		<description><![CDATA[“อีเบย์” ชี้อีคอมเมิร์ซไทยแนวโน้มดี ยึดอันดับหนึ่งยอดขายสูงสุดของภูมิภาค เผย “อัญมณี-แฟชั่น” ครองอันดับสินค้าขายดี ล่าสุดเลือก “ไทย” ร่วมอีก 5 ประเทศนำร่องโปรเจคใหม่ ดันสินค้า 4 กลุ่มขายผ่านอีเบย์ทั่วโลก หนุนตลาดโตกว่า 24% นายเอกชัย รุกขจันทรกุล หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ อีเบย์ ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดซื้อขายออนไลน์ในไทยยังมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยผลสำรวจพบว่า ปีที่ผ่านมาผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทย 18.1 ล้านคน ในจำนวนนี้ใช้บริการซื้อของออนไลน์สูงขึ้นเป็น 61% ขณะที่มูลค่าการซื้อขายผ่านเว็บอีเบย์ในไทยโตขึ้นถึง 21% ในเชิงมูลค่าของสินค้าโต 24% ในเชิงปริมาณของสินค้า และครองอันดับประเทศที่มีสินค้าส่งออกผ่านระบบออนไลน์ของอีเบย์สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “สินค้าไทยที่ขายดีเป็นอันดับหนึ่งยังคงเป็น “อัญมณี” รองลงมาคือกลุ่มแฟชั่น ใกล้เคียงกับแนวโน้มในตลาดโลกที่สินค้าขายดีอันดับหนึ่งคือเครื่องประดับและ อัญมณี โดยมีความถี่ในการขายได้ 4 ชิ้นในทุก 1 นาที ส่วนเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายขายได้ 2 ชิ้นในทุก 1 นาที” นายเอกชัยกล่าว อย่างไรก็ตาม อีเบย์ยังคงเน้นการทำตลาดในระดับธุรกิจและผู้บริโภค (บีทูซี) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดในตลาดอีเบย์ไทย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>“อีเบย์” ชี้อีคอมเมิร์ซไทยแนวโน้มดี ยึดอันดับหนึ่งยอดขายสูงสุดของภูมิภาค เผย “อัญมณี-แฟชั่น” ครองอันดับสินค้าขายดี</p>
<p>ล่าสุดเลือก “ไทย” ร่วมอีก 5 ประเทศนำร่องโปรเจคใหม่ ดันสินค้า 4 กลุ่มขายผ่านอีเบย์ทั่วโลก หนุนตลาดโตกว่า 24%</p>
<p>นายเอกชัย รุกขจันทรกุล หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ อีเบย์ ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดซื้อขายออนไลน์ในไทยยังมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยผลสำรวจพบว่า ปีที่ผ่านมาผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทย 18.1 ล้านคน ในจำนวนนี้ใช้บริการซื้อของออนไลน์สูงขึ้นเป็น 61%</p>
<p>ขณะที่มูลค่าการซื้อขายผ่านเว็บอีเบย์ในไทยโตขึ้นถึง 21% ในเชิงมูลค่าของสินค้าโต 24% ในเชิงปริมาณของสินค้า และครองอันดับประเทศที่มีสินค้าส่งออกผ่านระบบออนไลน์ของอีเบย์สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>“สินค้าไทยที่ขายดีเป็นอันดับหนึ่งยังคงเป็น “อัญมณี” รองลงมาคือกลุ่มแฟชั่น ใกล้เคียงกับแนวโน้มในตลาดโลกที่สินค้าขายดีอันดับหนึ่งคือเครื่องประดับและ อัญมณี โดยมีความถี่ในการขายได้ 4 ชิ้นในทุก 1 นาที ส่วนเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายขายได้ 2 ชิ้นในทุก 1 นาที” นายเอกชัยกล่าว</p>
<p>อย่างไรก็ตาม อีเบย์ยังคงเน้นการทำตลาดในระดับธุรกิจและผู้บริโภค (บีทูซี) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดในตลาดอีเบย์ไทย</p>
<p>ล่าสุดอีเบย์ได้เลือกไทยเป็น 1 ใน 6 ประเทศในแถบอาเซียน หรือสิงคโปร์, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และเวียดนามนำร่องโครงการ “อีเบย์สำหรับธุรกิจ” ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศส่งออกสินค้าไปยังตลาดสำคัญของโลก เช่น สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย และยุโรป โดยอีเบย์จะ ทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษา และมีทีมงานคอยช่วยเหลือในการเริ่มทำตลาดออนไลน์ตั้งแต่เริ่มต้น คาดว่าใช้เวลาเทรนนิ่งให้กับแต่ละรายราว 3-6 เดือน</p>
<p>โดยโครงการดังกล่าวจะเน้นผู้ประกอบการที่มีรายได้ราว 1.5 แสนบาทต่อเดือนขึ้นไป มีลูกค้าหลักในกลุ่มสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย และฝรั่งเศส ต้องเป็นผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีและนาฬิกา, เสื้อผ้า, สินค้าไอที-ชิ้นส่วนยานยนต์ สินค้าตกแต่งบ้าน เพราะอีเบย์มองว่าเป็นจุดแข็งของสินค้าไทย และเหมาะกับการขยายตลาดออนไลน์</p>
<p>ทั้งนี้บริษัทจะทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการลดความกังวล และความกลัวที่จะทำตลาดออนไลน์ แบบไม่มีค่าใช้จ่ายในการให้คำปรึกษา ส่วนผู้ประกอบการจะเสียค่าธรรมเนียมการทำตลาดบนอีเบย์ตามปกติ ซึ่งโดยเฉลี่ย 15% ของราคาสินค้า</p>
<p>“เราไม่ได้มองธุรกิจที่ขายของแค่ 10 ชิ้น หรือ 20 ชิ้น แต่มองที่ระดับของผู้ประกอบธุรกิจมีสต็อกสินค้า เพราะเราเชื่อว่าจะทำให้สินค้ามีความหลากหลาย ซึ่งก็น่าจะมีโอกาสในการขายได้มากขึ้น” นายเอกชัยกล่าว</p>
<p>พร้อมกับคาดว่าแผนดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยมีความมั่นใจ ในการขยายตลาดต่างประเทศผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น และกระตุ้นให้มียอดขายผ่านอีเบย์โตมากกว่า 24% ในปี 2554</p>
<p>ที่มาของข่าว: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slclickbiz.com/ebay-4-thai-business/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Sanook.com ขายให้จีน 341 ล้านบาท</title>
		<link>http://www.slclickbiz.com/tencent-take-over-sanook/</link>
		<comments>http://www.slclickbiz.com/tencent-take-over-sanook/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Sep 2010 16:19:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไอเดียและข่าวสารทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[online advertising]]></category>
		<category><![CDATA[Online Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณาออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slclickbiz.com/?p=273</guid>
		<description><![CDATA[ข่าวใหญ่แบบนี้ ไม่แชร์ลง SL Click Biz! คงไม่ได้ เพราะเว็บไซต์อันดับหนึ่งของไทย Sanook.com ที่ถูกบริษัทสัญชาติจีน Tencent ซื้อหุ้นไปด้วยมูลค่าเพียง 10.5 ล้านหรือประมาณ 341 ล้านบาท หากได้ตามข่าวใน Manager จะเห็นข่าวที่ล้วงลึกกันถึงตับ..ใต..ไส้..พุง ว่าเหตุใด Sanook ถึงขายในราคาที่ถูก หรือว่าเป็นเพราะ Sanook ขาดทุนสะสมมานานหลายปี? เรื่องนี้ขอ no comment แต่อ่านจากข่าวด้านนี้กันเองดีกว่า “บริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด”ขาดทุนสะสมเกิน 1,000 ล้านเหรียญมานานกว่า 3 ปีแม้จะสามารถทำกำไรขั้นต้นในแต่ละไตรมาสได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม นักสังเกตการณ์เชื่อว่าบริษัทจีนมองเห็นศักยภาพของสนุกดอทคอมในการเป็นทาง ลัดเพื่อขยายฐานตลาดทั่วเอเชีย และการซื้อขายหุ้นครั้งนี้จะส่งให้การแข่งขันในตลาดออนไลน์ไทยเข้มข้นขึ้น แน่นอน ผลของการซื้อขาย คือหุ้นของสนุกกว่า 2,496 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 49.92% ของบริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด ซึ่งบริษัท เอ็มเว็บ พอร์ทัล (ประเทศไทย) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ข่าวใหญ่แบบนี้ ไม่แชร์ลง SL Click Biz! คงไม่ได้  เพราะเว็บไซต์อันดับหนึ่งของไทย Sanook.com ที่ถูกบริษัทสัญชาติจีน Tencent ซื้อหุ้นไปด้วยมูลค่าเพียง 10.5 ล้านหรือประมาณ 341 ล้านบาท หากได้ตามข่าวใน Manager จะเห็นข่าวที่ล้วงลึกกันถึงตับ..ใต..ไส้..พุง ว่าเหตุใด Sanook ถึงขายในราคาที่ถูก  หรือว่าเป็นเพราะ Sanook ขาดทุนสะสมมานานหลายปี?  เรื่องนี้ขอ no comment แต่อ่านจากข่าวด้านนี้กันเองดีกว่า</p>
<p>“บริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด”ขาดทุนสะสมเกิน 1,000 ล้านเหรียญมานานกว่า 3 ปีแม้จะสามารถทำกำไรขั้นต้นในแต่ละไตรมาสได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม นักสังเกตการณ์เชื่อว่าบริษัทจีนมองเห็นศักยภาพของสนุกดอทคอมในการเป็นทาง ลัดเพื่อขยายฐานตลาดทั่วเอเชีย และการซื้อขายหุ้นครั้งนี้จะส่งให้การแข่งขันในตลาดออนไลน์ไทยเข้มข้นขึ้น แน่นอน</p>
<p>ผลของการซื้อขาย คือหุ้นของสนุกกว่า 2,496 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 49.92% ของบริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด ซึ่งบริษัท เอ็มเว็บ พอร์ทัล (ประเทศไทย) จำกัดถืออยู่ ได้ตกไปอยู่ในมือยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการเว็บท่าหรือ Web Portal แดนมังกรนามว่าเท็นเซ็นต์ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ประเด็นที่เกิดขึ้นได้รับความสนใจจากคนไทยอย่างมาก เนื่องจากสนุกดอทคอมนั้นมีดีกรีเป็นเว็บไซต์ไทยที่มีเพจวิวสูงที่สุดใน ประเทศ</p>
<p><img title="w_sanook" src="http://www.marketingoops.com/wp-content/uploads/2010/09/w_sanook.jpg" alt="" width="600" height="319" /></p>
<p>ข้อมูลจากทรูฮิตส์ (truehits.net) ระบุว่าปริมาณการใช้งาน sanook.com ในเดือนกรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมานั้นสูงถึง 2,522,940 เพจวิว สูงที่สุดในบรรดาเว็บไทยแต่เป็นอันดับ 6 ของประเทศเพราะแพ้ทางเว็บต่างชาติอย่าง Google (ทั้ง .com และ .co.th), YouTube, Windows Live และ Facebook</p>
<p>ที่ผ่านมา บริการของสนุกดอทคอมนั้นครอบคลุมทั้งส่วนความบันเทิง ข้อมูลข่าวสาร บริการชุมชนคนออนไลน์ และบริการอีคอมเมิร์ช มีรายได้จากธุรกิจโฆษณาออนไลน์บนเว็บท่า, เกมออนไลน์, ลงประกาศ รวมถึงบริการทางโทรศัพท์มือถือ การที่บริษัทจีนเทเงินซื้อหุ้นสนุกดอทคอมย่อมจะทำให้บริการเหล่านี้เปลี่ยน แปลงไปในอนาคต</p>
<h4>ทำไมซื้อ ทำไมขาย (ถูก) ?</h4>
<p>รายงานข่าวเบื้องต้นระบุว่า การซื้อหุ้นสนุกดอทคอมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ขยายตลาดในเอเชียของ เท็นเซ็นต์ ก่อนหน้านี้ เท็นเซ็นต์ได้ซื้อบริษัท Comsenz ผู้ให้บริการเว็บบอร์ดออนไลน์และเครือข่ายสังคมของจีน โดยผู้บริหารสนุกบอกว่า การเข้าซื้อหุ้นสนุกจะทำให้เท็นเซ็นต์สามารถส่งต่อความรู้ความชำนาญแก่สนุก ดอทคอมได้</p>
<p>นี่อาจเป็นเพียงเหตุผลส่วน เดียวที่ทำให้เอ็มเว็บตัดสินใจขายหุ้น เพราะจากการตรวจสอบงบดุลและงบกำไรขาดทุนของสนุก เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้สนุกตัดสินใจขายหุ้นเกือบครึ่งหนึ่งในราคาเพียง 10.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับดีกรีเว็บไทยอันดับ 1) กลับพบว่าสนุกมีตัวเลขการขาดทุนสะสม 1,325 ล้านบาท (ตัวเลขไตรมาส 1 ปี 53) ทั้งที่สามารถทำกำไรขั้นต้นได้เพิ่มขึ้นทุกปี</p>
<p>ตัวเลขขาดทุนไตรมาส 1 ปี 53 ถือว่าดีกว่าตัวเลขขาดทุนสะสมในปี 52 ซึ่งสนุกดอทคอมขาดทุนสะสมถึง 1,408 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 50 ที่ขาดทุน 1,241 ล้านบาท</p>
<p>ส่วนหนึ่งที่ทำให้สนุกขาดทุนสูงผิดปกติในปี 52 คือตัวเลขขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ใช่ต้นทุนการให้บริการเพิ่ม โดยในส่วนของรายได้ ไตรมาสแรกของปี 53 สนุกสามารถทำรายได้ราว 177 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 52 ที่ทำได้ 162 ล้านบาท แต่ยังน้อยกว่าปี 51 ที่สนุกทุบยอดขายได้ถึง 184 ล้านบาท</p>
<p>ตัวเลขรายได้ที่ค่อนข้างสวยงามนี้เองส่งให้สนุกมีกำไรขั้นต้นเพิ่ม ขึ้นจาก 22 ล้านบาทในปี 51 มาเป็น 35 ล้านบาทในปี 52 และเป็น 48 ล้านบาทในปี 53 จุดนี้เองที่ทำให้เท็นเซ็นต์ยอมเสี่ยง เพราะมองเห็นคุณค่าของสนุกในการเป็นพันธมิตรชั้นยอดเพื่อรุกตลาดนอกประเทศ จีน</p>
<p>แหล่งข่าวในวงการอินเทอร์เน็ตให้ความเห็นว่า สนุกนั้นมีฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ ทำให้เท็นเซ็นต์ประหยัดเวลาในการสร้างฐานตลาดได้ ขณะ เดียวกันสนุกก็มีศักยภาพสูงเพราะมีคอนเทนท์และบริการใหม่ตลอดเวลา เช่นการร่วมกับอีเบย์ให้บริการ shopping.co.th มีการร่วมมือกับทีวีไดเร็คเพื่อผลักดันบริการจากโลกออนไลน์มาสู่ออฟไลน์</p>
<p>“ที่ผ่านมา จีนมีบทบาทต่อการพาณิชย์ประเทศไทยเยอะมาก การซื้อสนุกจะทำให้จีนมีบทบาทในวงการอินเทอร์เน็ตไทยมากขึ้น จากก่อนนี้ที่เป็นประเทศอย่างญี่ปุ่น เช่นราคุเทนที่มาซื้อหุ้นตลาดดอทคอมไป ตรงนี้ในแง่ทุนนิยมต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และน่ายินดีกับสนุกเพราะจีนก็เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์ มาก ขณะที่คู่แข่งอย่างกระปุกดอทคอม เมื่อรู้ถึงดีลที่เกิดขึ้นก็ต้องตื่นตัวเพื่อพัฒนาแผนมาสู้กัน ก็จะเป็นผลดีต่อผู้บริโภค”</p>
<p><img title="w_tencent" src="http://www.marketingoops.com/wp-content/uploads/2010/09/w_tencent.jpg" alt="" width="600" height="339" /></p>
<h4>ระวังการครอบงำ</h4>
<p>“หน้าที่ของรัฐนับจากนี้ ก็คือต้องดูแลไม่ให้ต่างชาติเข้ามาครอบงำอุตสาหกรรม และให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมที่เสรี รัฐบาลต้องต้อนรับการลงทุนลักษณะนี้อยู่แล้ว เพราะจะเป็นอีกทางที่ทำให้คนได้มีความรู้ความชำนาญเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสเกิด Technology Transfer ซึ่งจะทำให้คนไทยเก่งขึ้น” แหล่งข่าวระบุ</p>
<p>สำหรับโครงสร้างบริษัทหลังการซื้อขายหุ้น รายงานชี้ว่าเท็นเซ็นต์จะได้สิทธิเข้ามาบริหารและสามารถเข้าเป็นคณะกรรมการ บริหาร (บอร์ด) 2 ตำแหน่งในสนุกดอทคอม โดยทีมผู้บริหารในประเทศไทยล่าสุดยังเป็นซีอีโอคนเดิมคือ “ต่อบุญ พ่วงมหา”</p>
<p>ก่อนหน้านี้ ต่อบุญยืนยันเสมอว่าเงินที่หมุนเวียนในวงการออนไลน์เมืองไทยนั้นมีแนวโน้ม เติบโตสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะธุรกิจตลาดกลางซื้อขายออนไลน์ของสนุกนามว่า shopping.co.th นั้นมียอดขายอยู่ที่ 200-300 ล้านบาทต่อปี ยอดจำนวนร้านค้าราว 3,000 ร้าน เพิ่มขึ้นกว่า 50-60% จากปี 52 ยอดผู้ซื้ออยู่ที่ราว 300,000 ราย จำนวนเพจวิวอยู่ที่ 1 ล้านเพจวิวต่อวัน</p>
<p>นอกจากสนุกดอทคอม เท็นเซ็นต์ได้จ่ายเงิน 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9,750 ล้านบาทเพื่อถือหุ้น 10% ในกลุ่มทุนนาม Digital Sky Technologies ซึ่งเป็นบริษัทออนไลน์รัสเซียด้วย ทั้งหมดเป็นสัญญาณว่าเท็นเซ็นต์จะสยายปีกธุรกิจออนไลน์ในตลาดโลกอย่างจริง จัง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slclickbiz.com/tencent-take-over-sanook/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

