โฆษณาปี2554′รุ่ง’ สื่อหลักโต-นิวมีเดีย’แรง’

ปี 2553 ผ่านพ้นไปท่ามกลางปัจจัยลบสำคัญ จากปัญหาชุมนุมทางการเมืองที่ร้อนแรงตั้งแต่ต้นปี

แต่ในที่สุดหลายอุตสาหกรรม สามารถพลิกสถานการณ์ ปิดตัวเลขสู่แดนบวกมาได้อย่างน่าพอใจ ธุรกิจโฆษณาก็เช่นกัน หลังจากชะลอในช่วงการชุมนุมเดือนเม.ย.-พ.ค. เมื่อเหตุการณ์คลี่คลาย ภาคธุรกิจที่ “อั้น” การใช้งบหันมาเร่งเครื่อง อัดแคมเปญผ่านทั้งสื่อแมส-นิว มีเดีย กันอย่างคึกคัก ส่งผลให้อุตสาหกรรมโฆษณาปี 2553 กลับมาโตเป็นตัวเลขสองหลักได้อีกครั้ง

สุภาณี เดชาบูรณานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท กรุ๊ปเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ผู้บริหารและจัดการธุรกิจการลงทุนด้านการสื่อสารครบวงจร กล่าวในเวทีเสวนาโต๊ะกลมกรุงเทพธุรกิจ “วิเคราะห์ เจาะลึก โอกาส-ความเสี่ยงธุรกิจปี 2554″ ระบุตัวเลขการใช้งบโฆษณาผ่านสื่ออย่างเป็นทางการ โดย เดอะ นีลเส็น คอมปะนี ช่วง 11 เดือน (ม.ค-พ.ย. 2553) มีมูลค่า 9.2 หมื่นล้านบาท เติบโตถึง 12.2% และคาดว่าสิ้นปี 2553 มูลค่าโฆษณารวมจะอยู่ที่ 1.01 แสนล้านบาท เติบโต 12% เมื่อเทียบกับปี 2552 และถือเป็นปีแรกที่อุตสาหกรรมโฆษณามีมูลค่าทะลุ”แสนล้านบาท”

“นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช” รายงานว่า 10 อันดับธุรกิจที่ใช้งบโฆษณาสูงสุด ช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย. 2553) มีการใช้เม็ดเงินเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 2552 ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 2.3 พันล้านบาท เติบโต 13.7%, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว มูลค่า 1.8 พันล้านบาท เติบโต 0.1%, รถยนต์นั่ง มูลค่า 1.59 พันล้านบาท เติบโต 40.8%, ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม มูลค่า 1.56 พันล้านบาท เติบโต 67.5%, เครื่องดื่มน้ำอัดลม มูลค่า 1.4 พันล้านบาท เติบโต 9.2%

ผลิตภัณฑ์ชำระล้าง มูลค่า 1.38 พันล้านบาท เติบโต 37.9%, รถปิกอัพ มูลค่า 1.32 พันล้านบาท เติบโต 20.7%, ระบบโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน มูลค่า 1.2 พันล้านบาท เติบโต 26% , วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มูลค่า 1.08 พันล้านบาท เติบโต 60% และธุรกิจประกันชีวิต 1.03 พันล้านบาท เติบโต 19.9%

ทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมโฆษณาในปี 2553 ตอกย้ำได้จากความมั่นใจของ”สื่อโทรทัศน์” ด้วยการปรับขึ้นราคาโฆษณา นำโดยช่อง 3 ด้วยการประกาศปรับราคาละครช่วงไพร์มไทม์ หลังข่าวภาคค่ำ จากนาทีละ 4.5 แสนบาท เป็น 4.8 แสนบาท เป็นสถิติราคาโฆษณาสูงสุดในขณะนี้ และการปรับราคารายการข่าวของช่อง 9 ประมาณ 10% รายการการ์ตูน 20% ขณะที่ช่อง 7 ยังอยู่ในอาการรอดูท่าทีในปี 2554

ส่วนสื่อหลักอื่นๆ อยู่ในทิศทางการเติบโตเช่นกันในปี 2553 ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น หนังสือพิมพ์ ที่เติบโต 6% , นิตยสาร เติบโต 3.7% ,สื่อในโรงภาพยนตร์ 23% ,สื่อโฆษณาเคลื่อนที่ 23% , สื่อในร้านค้า 34% และสื่ออินเทอร์เน็ต 16%

“นิวมีเดีย”น้องใหม่แรง-เร็ว
จากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศไทย และการอัดฉีดงบลงทุนในระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ของภาครัฐในโครงการไทยเข้มแข็ง รวมทั้งการเลือกตั้งใหม่ สุภาณี มองว่าทิศทางอุตสาหกรรมโฆษณาทั้งสื่อหลัก และ นิว มีเดีย ในปี 2554 ยังเติบโตได้ในอัตรา 8.5% ด้วยมูลค่า 1.09 แสนล้านบาท

ปี 2554 ยังมีอีกหลายปัจจัยบวกส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคส่งออก, การท่องเที่ยวโดยเฉพาะตลาดในประเทศ, การขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และค้าปลีก กลุ่มดิสเคาท์สโตร์ จากปัจจัยการซื้อกิจการคาร์ฟูร์ ของ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ส่งผลให้ธุรกิจนี้จะมีการแข่งขันด้านการตลาดอย่างคึกคักในปี 2554

การเติบโตในกลุ่มสื่อหลักยังคงเป็น “โทรทัศน์” เพราะสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคในวงกว้าง แต่ด้วยข้อจำกัดด้าน เวลาโฆษณา จะทำให้เม็ดเงินโฆษณาไหลไปยังสื่อใหม่ ในกลุ่มเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีช่องให้เลือกชมกว่า 100 ช่อง สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมประเทศไทย คาดการณ์ว่าจะมีฐานผู้ชมอยู่ที่ 13 ล้านครัวเรือน จากจำนวนครัวเรือนไทยทั่วประเทศ 21 ล้านครัวเรือน ด้วยจำนวนตัวเลขผู้ชมดังกล่าว ถือเป็นอีกสื่อทางเลือกที่มีราคาโฆษณาไม่สูงเหมือนฟรีทีวี และสื่อสารกับผู้ชม”เฉพาะกลุ่ม” ได้ดี

การขยายการลงทุนของ “คอนเทนท์ โพรวายเดอร์” รายใหญ่ และรายใหม่ ด้วยการเปิดช่องที่มีคอนเทนท์น่าสนใจ จะเป็นอีกแรงกระตุ้นให้ทั้งเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม เป็นสื่อที่สนใจและเป็นอีกช่องทางใช้พื้นที่โฆษณา

“ดิจิทัล มีเดีย ยังคงเป็นสื่อที่ผู้ลงโฆษณาทุกรายให้ความสนใจ ในยุคที่ประเทศไทยก้าวสู่สังคมออนไลน์ มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วประเทศกว่า 22 ล้านคนในปี 2553″ สุภาณี กล่าวและว่า มีมุมน่าสนใจที่พบว่า ผู้บริโภควัยรุ่นใช้เวลากับสื่อแมสลดลง แต่ใช้เวลากับสื่อออนไลน์ และ โซเชียล มีเดีย มากขึ้น ทำให้แบรนด์ต่างๆ มีการเพื่อพัฒนาช่องทางการสื่อสารในยุคสังคมออนไลน์ผ่านเครื่องมือต่างๆ ทั้ง เว็บไซต์, โซเชียล เน็ตเวิร์ค, โทรศัพท์มือถือ และ แทบเล็ต

ส่งผลให้สื่อออนไลน์ ในปีหน้าจะเติบโตเช่นเดียวกับสื่อหลัก โดยการขยายตัวจะอยู่ในอัตรา 50-60% คาดการณ์ว่างบประมาณการสื่อสารที่ใช้ผ่าน ดิจิทัล มีเดีย จะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท ในปี 2554

ที่มาของข่าว: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ย้อนดูเหตุการณ์สำคัญของโลกในปี 2010 ผ่าน Twitter Trends

ความสำคัญของ Twitter ในปัจจุบัน นอกจากผู้ใช้จะใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างบทสนทนาระหว่างกันในระดับ “ปัจเจกชน” และได้รับความนิยมอย่างสูง ก่อให้เกิด “กระแสทวีต” รวมกันในปี 2010 กว่า 25 พันล้านข้อความ

ในแต่ละวัน หัวข้อที่ได้รับความนิยมสูงสุดในวงสนทนา Twitter คงหนีไม่พ้นเหตุการณ์สำคัญๆที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลานั้นๆ ในสถานที่นั้นๆ

Twitter กลายเป็น “Breaking News Media” ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก เพราะช่วยให้ผู้ติดตาม รับทราบ ความเป็นมาเป็นไปที่เกิดขึ้นในโลก ได้เป็นอย่างดี

โลกเรากำลังหมุนและเคลื่อนตัวไปในทิศทางใด เราก็เหมือนกับหมุนไปในทิศทางนั้น (ก็แน่ล่ะ :)

ผมกำลังหมายถึง เราสามารถรับรู้ “ความเคลื่อนไหว” ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ได้เพียงปลายมือ

รู้เท่าทันโลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

นอกจากเหตุการณ์สำคัญๆ ที่กลายมาเป็น “Breaking News” ในแต่ละวันแล้ว อะไรที่คนพูดถึงกันมากๆ จะหมายถึง ความนิยม ในสิ่งนั้น

ในโลกแห่งความเป็นจริง คงจะเป็นไปได้ยาก ที่จะรับรู้ว่า คนหลายล้านคน คิดอะไร ชอบอะไร พูดถึงอะไร

สมัยก่อน ความนิยมเหล่านี้ ถูกตัดสิน โดยการเชื่อมโยงกับคนรอบตัว

เพื่อนพูดอะไรเยอะๆ เราจะคิดว่า มันเป็นเทรนด์ (เพราะได้รับความนิยม)

ทั้งที่ในความเป็นจริง ความนิยมของคน 10 คน อาจจะเป็นคนละเรื่องกับความนิยมของคน 100 คน 1000 คน หรือ 1 ล้านคน

เพลงที่เราคิดว่าฮิตในโรงเรียน เพื่อนๆในโรงเรียนร้องได้กันทุกคน อาจจะกลายเป็นว่า วัยรุ่นอีกหลายล้านคน ไม่รู้จัก ไม่เคยได้ยิน ร้องไม่ได้

Twitter ทำให้เราได้รู้ว่า สิ่งที่คนล้านคนคิดถึง พูดถึง คืออะไร?

ยิ่งคนใช้ Twitter มากขึ้นเท่าไหร่ ความแม่นยำของข้อมูลนี้ ก็จะมากขึ้นเท่านั้น

เปรียบได้เหมือนกับ เป็นการดึงเอา “กระแสความคิด”  ของคนหลายๆคน มารวมกัน แล้วสังเคราะห์ออกมา

ลองมาดูกันครับ ว่า เมื่อเอา “กระแสความคิด” ตลอดทั้งปี 2010 มาวิเคราะห์และจัดกลุ่มเป็นหัวข้อ

อะไรบ้าง ที่เป็นเทรนด์

เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในโลก เป็นเหตุการณ์น้ำมันรั่วลงในอ่าว Mexico ของบริษัท BP ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน และแผ่นดินไหวที่เฮติ (ข่าว Wikileaks จอมแฉ ยังมาในอันดับ 7 , งานหมั้นของเจ้าชายวิลเลี่ยมแห่งเวลส์มาในอันดับ 9)

News Events

กลุ่ม Technology โลกพูดถึง iPad,Android,iOS,iPhone กันเยอะที่สุด

Screen shot 2010-12-14 at 8.58.14 AM.png

ภาพยนต์ที่คนพูดถึงกันมากที่สุดในโลก Twitter ปี 2010 เป็นเรื่อง “Inception” และ “Harry Potter” ภาคล่าสุด

Top Movies

Hashtag ที่คนใช้ Twitter ทั่วโลก ใช้กันมากที่สุด

Top Hashtags

และภาพรวมของเทรนด์โลกในปี 2010 มี “ปลาหมึกพอล” ติดอันดับ 10 มาด้วย

Overall

เนื่องจากผมไม่ได้ดึงมาทุกหัวข้อ ถ้าใครสนใจจะดูแบบเต็มๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่ลิงค์นี้ครับ http://yearinreview.twitter.com/trends/