<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SL Click Biz &#187; Quality Score</title>
	<atom:link href="http://www.slclickbiz.com/tag/quality-score/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.slclickbiz.com</link>
	<description>บริการให้คำปรึกษาทางด้านการตลาดออนไลน์โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้าน Internet Marketing, Search Engine Marketing, Social Media Marketing ติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ 0865433840 : Internet Marketing Consultant by SL Click Biz</description>
	<lastBuildDate>Mon, 16 Jan 2012 04:41:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>มาปรับปรุง Quality Score กันดีกว่า</title>
		<link>http://www.slclickbiz.com/improve-your-quality-score/</link>
		<comments>http://www.slclickbiz.com/improve-your-quality-score/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Oct 2008 07:36:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้การโฆษณาแบบ PPC]]></category>
		<category><![CDATA[Adwords]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[Google Adwords]]></category>
		<category><![CDATA[pay per click advertising]]></category>
		<category><![CDATA[Quality Score]]></category>
		<category><![CDATA[การโฆษณาผ่านกูเกิ้ล]]></category>
		<category><![CDATA[การโฆษณาผ่านเซิร์สเอ็นจิ้น]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิลแอดเวิร์ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slclickbiz.com/?p=90</guid>
		<description><![CDATA[Quality Score คือ ระบบการประเมิณคุณภาพของ keyword ที่พวกเราใช้ในการโฆษณา AdWords จะคำนวณ 'Quality Score' ของ keyword อย่างละเอียดเป็นราย keyword กันเลย โดยคำนวณจากหลากหลายปัจจัยเพื่อหาความสัมพันธ์ของคีย์เวิร์ด, โฆษณา กับสิ่งที่ผู้ใช้งานอินเตอร์เนตกำลังค้นหา โดยทางAdWords คำนวณ Quality Score...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-91" title="qualityscore" src="http://www.slclickbiz.com/wp-content/uploads/2009/02/qualityscore.jpg" alt="qualityscore" width="344" height="304" />สวัสดีครับวันนี้ผมขอเล่าให้ฟังถึงเรื่อง Quality Score ที่พวกเราคุ้นเคยกันดีเวลาที่เราทำการโฆษณาผ่านกูเกิลแอดเวิร์ดกันนะครับ โดยข้อมูลในครั้งนี้จะใช้ข้อมูลทั้งจากการใช้งานบัญชีกูเกิลแอดเวิร์ดของผมเองและก็ข้อมูลที่ทีมงานของกูเกิลแอดเวิร์ดเป็นคนให้ข้อมูลเอาไว้เองด้วยนะครับถ้าเพื่อนๆคนไหน อยากหาอ่านเพิ่มเติมก็เข้าไปหาอ่านได้เลยครับที่ adwords.blogspot.com อ่านแล้วช่วยกันแปลมาเผยแพร่ให้คนไทยได้อ่านกันเพิ่มเติมด้วยนะครับ พวกเราทุกคนจะได้มีศักยภาพในการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น เอาละครับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า</p>
<p>Quality Score คือ ระบบการประเมิณคุณภาพของ keyword ที่พวกเราใช้ในการโฆษณา AdWords จะคำนวณ &#8216;Quality Score&#8217; ของ keyword อย่างละเอียดเป็นราย keyword กันเลย โดยคำนวณจากหลากหลายปัจจัยเพื่อหาความสัมพันธ์ของคีย์เวิร์ด, โฆษณา กับสิ่งที่ผู้ใช้งานอินเตอร์เนตกำลังค้นหา โดยทาง AdWords คำนวณ Quality Score เป็นรายคีเวิร์ดทุกครั้งที่คีย์เวิร์ดตรงกับการค้นหาและมีการอัพเดตตลอดเวลา ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องคอยปรับปรุง Quality Score ให้ดีขึ้นเพราะการที่มี Quality Score ดีขึ้นนั่นหมายความว่าโฆษณาของพวกเราจะได้ตำแหน่งที่ดีขึ้นและก็จ่ายค่าโฆษณาต่อครั้ง (CPC) ที่น้อยลงนั่นเอง</p>
<p>Quality Score สำหรับ Google และ  search network จะคำนวนจากปัจจัยหลักๆดังนี้นะครับ</p>
<p>*อัตราการคลิกผ่าน (CTR) ของ Keyword และโฆษณาที่ตรงกันบน Google<br />
* ประวัติการใช้งานที่ผ่านมาของคุณ ซึ่งเป็นวัดโดยค่า CTR ของโฆษณาทั้งหมดและ Keyword ในบัญชีของคุณ<br />
*ค่า CTR ในอดีตของ URL ที่แสดงในแต่ละ ad group<br />
* คุณภาพของ landing page<br />
* ความเกี่ยวข้องของ keyword กับโฆษณาในแต่ละ ad group<br />
* ความเกี่ยวข้องของ keyword และโฆษณาที่ตรงกับการค้นหาในแต่ละครั้งของผู้ใช้งาน<br />
* ประสิทธิภาพของบัญชีของคุณในแต่ละพื้นที่ ที่โฆษณาจะแสดง</p>
<p>Quality Score สำหรับ content network จะคำนวนจากปัจจัยหลักๆดังนี้นะครับ</p>
<p>* ประสิทธิภาพของโฆษณาที่ผ่านมาของเว็บไซท์ที่โฆษณาและเว็บไซท์ที่คล้ายกัน<br />
* ความเกี่ยวข้องของโฆษณาและ keyword ในแต่ละ ad group ในเว็บไซท์ที่โฆษณา<br />
* คุณภาพของ landing page</p>
<p>และ Quality Score สำหรับการโฆษณาแบบ placement-targeted จะขึ้นอยู่กับ campaign&#8217;s bidding option นะครับ โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>
<p>* ถ้าใช้แบบ cost-per-click (CPC) Quality Score จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของ landing page และค่า CTR ในอดีตของโฆษณาในเว็บไซท์นี้และเว็บไซท์ที่คล้ายกัน<br />
* ถ้าใช้แบบ cost-per-thousand-impressions (ค่า CPM)  Quality Score จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของ landing page</p>
<p>วันนี้เพื่อนๆทุกท่านก็คงได้รู้จักกับ Quality Score กันแล้วนะครับ หวังว่าเพื่อนๆทุกท่านจะนำไปประยุกต์ใช้กับการโฆษณาให้กับสินค้าและบริการของเพื่อนๆทุกท่านกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกันทุกคนนะครับ ถ้ามีอะไรสงสัยเพิ่มเติมฝากคำถามไว้ได้ตลอดนะครับ สวัสดีครับ</p>
<p>jtset@getdollars</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slclickbiz.com/improve-your-quality-score/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลักษณะของ Keyword ชนิดต่างๆ ในกูเกิลแอดเิวิร์ด</title>
		<link>http://www.slclickbiz.com/keyword-matching-options-in-google-adwords/</link>
		<comments>http://www.slclickbiz.com/keyword-matching-options-in-google-adwords/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Oct 2008 12:48:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้การโฆษณาแบบ PPC]]></category>
		<category><![CDATA[Adwords]]></category>
		<category><![CDATA[Broad Match]]></category>
		<category><![CDATA[Exact Match]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[Google Adwords]]></category>
		<category><![CDATA[Keyword Matching Options]]></category>
		<category><![CDATA[Negative Keyword]]></category>
		<category><![CDATA[pay per click advertising]]></category>
		<category><![CDATA[Phrase Match]]></category>
		<category><![CDATA[Quality Score]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดผ่านอินเตอร์เนต]]></category>
		<category><![CDATA[การโฆษณาผ่านกูเกิ้ล]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิลแอดเวิร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณา pay per click]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.slclickbiz.com/?p=75</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาพูดถึงลักษณะของคีเวิร์ดชนิดต่างๆ ที่ใช้งานในกูเกิลแอดเวิร์ดกันครับ โดยประโยชน์ของการที่ใช้ Keyword Matching Options อย่างเหมาะสมนั้น จะช่วยทำให้คุณลดค่าใช้จ่ายการโฆษณาและเพิ่ม ROI ให้แคมเปญโฆษณาของคุณ และแน่นอนว่า Quality Score (QS) ของคุณย่อมดีขึ้นแน่นอนครับ สำหรับบริการโฆษณากูเกิลแอดเวิร์ด...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-77" title="adwordmatching1" src="http://www.slclickbiz.com/wp-content/uploads/2009/02/adwordmatching1.jpg" alt="adwordmatching1" width="250" height="250" />สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาพูดถึงลักษณะของคีเวิร์ดชนิดต่างๆ ที่ใช้งานในกูเกิลแอดเวิร์ดกันครับ โดยประโยชน์ของการที่ใช้ Keyword Matching Options อย่างเหมาะสมนั้น จะช่วยทำให้คุณลดค่าใช้จ่ายการโฆษณาและเพิ่ม ROI ให้แคมเปญโฆษณาของคุณ และแน่นอนว่า Quality Score (QS) ของคุณย่อมดีขึ้นแน่นอนครับ สำหรับบริการโฆษณากูเกิลแอดเวิร์ดนั้นมี Keyword Matching Options หลักๆ อยู่ 4 ประเภท ได้แก่ Broad Match, &#8220;Phrase Match&#8221;, [Exact Match] และ -Negative Keyword โดยการเลือกใช้ Keyword Matching Options แต่ละชนิดก็มีข้อได้เปรียบและข้อจำกัดในการใช้งานที่แตกต่างกันไป ซึ่งผู้ใช้อย่างพวกเราจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดและนำมาปรับใช้ให้เข้ากับกลยุทธ์ที่เราวางแผนไว้ในการทำโฆษณาผ่านกูเกิลแอดเวิร์ดกันนะครับ เพื่อประสิทธิผลทางการโฆษณาที่ดีต่อธุรกิจของพวกเราเอง คราวนี้เรามาทำความรู้จัก Keyword Matching Options ทั้ง 4 ประเภทกันเลยครับ</p>
<p><strong>1. </strong><strong>Broad Match</strong></p>
<p>Keyword ในประเภทนี้เป็นค่าพื้นฐานของ Keyword ในการใช้งานโฆษณากูเกิลแอดเวิร์ด ถ้าคุณเลือกใช้ Keyword ประเภทนี้ โฆษณาของคุณจะถูกเห็นมากที่สุดแต่ผู้ใช้งานอินเตอร์เนตที่เห็นโฆษณาของคุณอาจจะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของคุณเพราะหลักการทำงานของ Keyword ประเภทนี้จะมีลักษณะการทำงานดังนี้ เช่น คีเวิร์ดของคุณคือ Bangkok Restaurant โฆษณาของคุณจะถูกแสดงเมื่อมีคนเซิร์สค้นหาด้วยคำว่า Bangkok Restaurant, Bangkok, Restaurant, Bangkok Hotel, Paris Restaurant, Bangkok Italian Restaurant จากตัวอย่างจะเห็นว่าทุกครั้งที่มีคนค้นหา ถ้าในคำค้นหามีคำว่า Bangkok หรือ Restaurant ประกอบในคำค้นหาเมื่อไร โฆษณาของคุณจะมีโอกาสที่จะแสดงออกมาด้วย ดังนั้นถ้าโฆษณาด้วยคีย์เวิร์ดประเภทนี้โฆษณาของคุณอาจจะถูกเห็นมากที่สุดแต่ผู้ใช้งานอินเตอร์เนตที่เห็นโฆษณาของคุณอาจจะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของคุณ เพราะคนที่ค้นหาด้วยคำว่า Bangkok Hotel น่าจะเป็นคนที่กำ่ลังหาโรงแรมในกรุงเทพคงไม่ใช่คนที่จะมาหา ร้านอาหารในกรุงเทพ แน่ๆครับ ดังนั้นการใช้ Keyword Matching Options ประเภทนี้ต้องเลือกใช้ให้ดีนะครับ ข้อดีหรือข้อได้เปรียบของคีย์เวิร์ดประเภทนี้ก็คือ ช่วยคุณประหยัดเวลาในการทำแคมเปญโฆษณา ไม่ต้องใส่อะไรกำกับเพิ่มลงไปในคีย์เวิร์ดและคีย์ฺเวิร์ดประเภทนี้ก็ทำให้โฆษณาของคุณถูกพบเห็นมาก (Impression สูง) ข้อเสียหรือข้อจำกัดของคีย์เวิร์ดประเภทนี้ก็คือ บางครั้งโฆษณาของคุณแสดงไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งส่งผลให้อัตราการคลิกเข้าชมโฆษณาของคุณน้อยลง (CTR ต่ำ) และก็ส่งผลให้ Quality Score ไม่ดี และถึงแม้ว่าจะมีคนคลิกโฆษณาของคุณเข้ามาดูแต่ถ้าเค้าไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของคุณแล้วเค้าย่อมไม่สนใจสินค้าหรือบริการของคุณแน่นอนนั่นหมายความว่า Conversion Rate ของแคมเปญโฆษณาของคุณนั้นก็น้อยลงไป</p>
<p><strong>2. Phrase Match</strong></p>
<p>การเลือกใช้คีเวิร์ดประเภทนี้คุณต้องใส่เครื่องหมาย &#8220;คำพูด&#8221; คลุมคีย์เวิร์ดที่คุณใช้ โฆษณาของคุณจะแสดงต่อเมื่อมีคนค้นหาด้วยวลีหรือกลุ่มคำที่อยู่ใีนเครื่องหมายคำพูดเท่านั้น เช่น คีเวิร์ดของคุณคือ &#8220;Bangkok Hotel&#8221; โฆษณาของคุณจะถูกแสดงเมื่อมีคนเซิร์สค้นหาด้วยคำว่า Bangkok Hotel, Cheap Bangkok Hotel, Bangkok Hotel With Restaurant แต่จะไม่ถูกแสดงถ้ามีคนค้นหาด้วยคำว่า Hotel Bangkok, Bangkok Boutique Hotels, Landmark Hotel Bangkok จากตัวอย่างจะเห็นว่า ถ้ามีคนค้นหาด้วย คำค้นหาที่มีกลุ่มคำว่า &#8220;Bangkok Hotel&#8221; อยู่ด้วยโฆษณาจะถูกแสดงขึ้นมา โดยต้องเรียงลำดับก่อนหลังตามที่กำหนดไว้ถ้ามีการสลับคำเป็น Hotel Bangkok โฆษณาก็จะไม่แสดงขึ้นมา ข้อดีหรือข้อได้เปรียบของการใช้คีย์เวิร์ดประเภทนี้ก็คือ จะ่ช่วยทำให้โฆษณาของคุณตรงกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้นทำให้ CTR, QS และ Conversion Rate ของคุณดีขึ้น ส่วนข้อเสียหรือข้อจำกัดของคีย์เวิร์ดประเภทนี้ก็คือ คนที่ค้นหาต้องค้นหาด้วยคำที่เรียงลำดับก่อนหลังอย่างถูกต้องดังตัวอย่างที่แสดงให้เห็น ถ้าสลับตำแหน่งของคำ โฆษณาก็จะไม่ถูกนำมาแสดง การเลือกใ้ช้คีย์เวิร์ดประเภทนี้สามารถทำได้โดยใส่เครื่องหมาย คำพูด&#8221; คลุมคีย์เวิร์ดที่คุณต้องการนะครับ</p>
<p><strong>3. Exact Match</strong></p>
<p>การเลือกใช้คีเวิร์ดประเภทนี้คุณต้องใส่เครื่องหมาย [Keyword] คลุมคีย์เวิร์ดที่คุณใช้ โดยโฆษณาคุณจะแสดงต่อเมื่อมีคนค้นหาด้วย Keyword ที่คุณใช้โดยเฉพาะเท่านั้น เช่น คุณโฆษณาด้วยคำว่า [Bangkok Hotel] โฆษณาของคุณจะถูกแสดงต่อเมื่อมีคนค้นหาด้วยคำว่า Bangkok Hotel เท่านั้น และจะไม่แสดงโฆษณาถ้ามีคนค้นหาด้วยคำว่า Cheap Bangkok Hotel, Hotel Bangkok, Bangkok Boutique Hotels ในการใช้ Keyword Matching Options ประเภทนี้แม้ว่าโฆษณาของคุณจะได้รับการแสดงผลที่น้อย แต่กลุ่มคนที่เห็นโฆษณาของคุณนั้นมักจะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของคุณ ข้อดีหรือข้อได้เปรียบของการใช้คีย์เวิร์ดประเภทนี้ก็คือ คนที่เห็นโฆษณาของคุณส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเป้าหมายของคุณและคลิกโฆษณาเข้ามาดูสินค้าหรือบริการของคุณรวมทั้งมีการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ ซึ่งการเลือกใช้คีิย์เวิร์ดประเภทนี้จะส่งผลให้โฆษณาของคุณมี  CTR, QS และ Conversion Rate สูงมากกว่าคีย์เวิร์ดประเภทอื่นๆ</p>
<p><strong>4. Negative Keyword</strong></p>
<p>Keyword Matching Options ประเภทนี้ใช้สำหรับป้องกันไม่ให้โฆษณาของคุณไปแสดงในคำที่คุณไม่ต้องการ เช่น ธุรกิจโรงแรมของคุณเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว คุณอาจจะไม่ต้องการกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาโฆษณาโรงแรมราคาถูก ดังนั้นคุณอาจใช้ Negative Keyword เช่น -cheap, -low cost เป็นต้น เพื่อป้องกันไม่ให้โฆษณาของคุณไปแสดงเมื่อมีคนค้นหาด้วยคำว่า cheap bangkok hotel หรือ low cost bangkok hotel เป็นต้น ข้อดีหรือข้อได้เปรียบของคีย์เวิร์ดประเภทนี้ก็คือ ช่วยคุณกรองกลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของคุณออกไปได้ ทำให้โฆษณาของคุณไม่ถูกแสดงอย่างไม่จำเป็นซึ่งส่งผลให้ Quality Score ของโฆษณาคุณไม่ดี แต่ก็มีข้อเสียหรือข้อจำกัดเช่นกัน โดยคีย์เวิร์ดประเภทนี้ต้องระมัดระวังในการใช้ เพราะบางครั้งอาจกรองกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังการซื้อสินค้าหรือบริการของคุณออกไปด้วย การใช้งานคีย์ประเภทนี้สามารถทำได้โดยเติมเครื่องหมาย &#8211; พร้อมกับคีย์เวิร์ดที่คุณต้องการกรองออกลงไปในแคมเปญโฆษณาของคุณ เช่น -free, -used, -cheap เป็นต้น การใช้ Negative Keyword สามารถช่วยปรับปรุง CTR, QS และ Conversion Rate ให้ดียิ่งขึ้นและสามารถช่วยกรองกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เนตที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของธุรกิจคุณ ซึ่งกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เนตเหล่านั้น อาจเป็นเพียง กลุ่มที่กำลังมองหาของฟรีในอินเตอร์เนต มองหาเว็บไซท์เพื่อดาวโหลดเกม เพลง โปรแกรม หรือหาข้อมูลในสิ่งที่พวกเขาสนใจเท่านั้น ถ้ามีโอกาสที่เหมาะสมในครั้งหน้าผมจะมาจำแนกการใช้งาน Negative Keyword เพื่อกรองกลุ่มผู้ใช้งานอินเตอร์เนตประเภทต่างๆออกไปให้เหลือเพียงแต่กลุ่มเป้าหมายของเราให้อ่านกันอีกทีนะครับ สำหรับวันนี้ในเรื่องของ Keyword Matching Options หวังว่าทุกท่านคงได้รับสาระความรู้กันเพิ่มขึ้นนะครับ ถ้ามีข้อสงสัยหรือคำถามเพิ่มเติมพิมพ์ถามไว้ที่คอมเม้นท์ได้เลยนะครับ</p>
<p>jtset@getdollars</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.slclickbiz.com/keyword-matching-options-in-google-adwords/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

